หลอดอลูมิเนียม VS พลาสติก เลือกหลอดบรรจุเครื่องสำอางแบบไหนดี

หลอดบีบพลาสติก ดีไหม

นอกจากการควบคุมคุณภาพในการผลิตแล้ว คุณใส่ใจเลือกบรรจุภัณฑ์ให้เหมาะกับสินค้าดีพอหรือยัง? เพราะสินค้าที่มีสารเคมีเป็นส่วนประกอบ โดยเฉพาะครีมและเครื่องสำอางต่าง ๆ นั้น ไม่ใช่จะบรรจุในบรรจุภัณฑ์ที่ทำจากอะไรก็ได้ แต่ยังต้องคำนึงถึงชนิดของวัสดุที่จะไม่ทำปฏิกิริยาต่อสารเคมีที่เป็นส่วนประกอบด้วย แม้จะมีตัวเลือกหลอด กระปุก หรือขวดหลายแบบให้ใช้ แต่สินค้าแต่ละแบบก็ต้องการบรรจุภัณฑ์ยืดอายุครีมที่เหมาะกับการใช้งานไม่เหมือนกัน

“หลอดบรรจุ” เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ผู้ผลิตสกินแคร์และเจลแต้มปัญหาผิวหลายรายเลือกใช้ และผู้บริโภคหลายคนก็สบายใจเลือกซื้อ เนื่องจากหากเทียบกับครีมในกระปุกแล้ว การบีบจากหลอดนั้นสะอาดกว่า ใช้ได้หมดจนหยดสุดท้ายยิ่งกว่าแบบขวดเทหรือขวดปั๊ม แถมยังรองรับเนื้อครีมที่ข้นหนืดอีกด้วย แต่วัสดุผลิตหลอดบรรจุก็มีหลายแบบ เลือกหลอดพลาสติกดีไหม หรือหลอดอลูมิเนียมดีกว่า? เราไปดูความแตกต่างหลอดบรรจุภัณฑ์แล้วหาคำตอบกันว่าควรเลือกหลอดบรรจุเครื่องสำอางแบบไหนดี

หลอดบีบพลาสติก ใช้ดีไหม?

หลอดบีบพลาสติกมีใช้งานกันแพร่หลายในอุตสาหกรรมเครื่องสำอางและยา ส่วนใหญ่ทำจาก PE (Polyurethane) หรือ PBL (Plastic Barrier Laminate) และจะขึ้นรูปหลาย ๆ ชั้น ตั้งแต่ 1-2 ชั้นไปจนถึง 5 ชั้น เพื่อเพิ่มความหนาให้กับตัวหลอด ช่วยให้ตัวหลอดไม่ชำรุดหรือทำปฏิกิริยาเคมีกับสารที่บรรจุด้านในได้ง่าย

 

หากถามว่าหลอดบีบพลาสติกดีไหม ข้อดีก็มีหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น

  • น้ำหนักเบา
  • ตัวหลอดยืดหยุ่นและโค้งงอได้ง่าย ไม่บาดมือ
  • เมื่อครีมใกล้หมดสามารถตัดหลอดใช้ได้จนหยดสุดท้าย

อย่างไรก็ตาม ข้อเสียของหลอดพลาสติกก็คือ ด้วยความที่ตัวหลอดคืนรูปเดิมเสมอหลังจากบีบ ทำให้อากาศเข้ามาภายในหลอดและสัมผัสกับเนื้อผลิตภัณฑ์ อีกทั้งพลาสติกมีโอกาสทำปฏิกิริยากับสารที่บรรจุดอยู่ภายใน จึงไม่ควรใช้หลอดพลาสติกบรรจุครีมหรือยาอาจทำละลายกัดกร่อนหลอดจนรั่วซึม สุดท้ายคือพลาสติกเป็นวัสดุที่ใช้เวลานานมากในการย่อยสลาย จึงไม่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

หลอดอลูมิเนียม ดียังไง

หลอดอลูมิเนียม วัสดุนี้ดียังไง?

ส่วนหลอดบีบอลูมิเนียมก็เป็นอีกหนึ่งวัสดุที่ใช้งานกันมาอย่างยาวนาน ลักษณะคือบีบแล้วไม่คืนรูปและมีความแข็งกว่าหลอดพลาสติก แล้วหลอดอลูมิเนียมดีต่อสินค้ายังไงบ้าง?

1. ป้องกันการเกิดปฏิกิริยากับอากาศ

หลอดอลูมิเนียมนั้นมีคุณสมบัติ 100% Gas Barrier จึงไม่ปล่อยให้อากาศหรือก๊าซใด ๆ ไหลเข้ามาทำปฏิกิริยากับผลิตภัณฑ์เหมือนเวลาที่หลอดพลาสติกคลายตัวออก จึงเป็นตัวเลือกแรก ๆ สำหรับสินค้าประเภทยาหรือเวชภัณฑ์

2. ปกป้องผลิตภัณฑ์จากแสงแดด

ไม่ใช่แค่อากาศเท่านั้นที่ส่งผลต่อผลิตภัณฑ์ แต่ยังรวมไปถึงแสงแดดด้วย ครีมหรือเจลบางตัวเมื่อโดนแดดแล้วอาจเปลี่ยนสีและเสื่อมสภาพจนเป็นอันตรายต่อการใช้งาน แต่หลอดอลูมิเนียมมีความทึบแสง จึงเป็นบรรจุภัณฑ์ยืดอายุครีมและช่วยป้องกันเนื้อครีมไม่ให้ทำปฏิกิริยากับแสงแดด

3. ใช้ได้หมดจนหยดสุดท้าย

เนื่องจากหลอดอลูมิเนียมจะยุบตัวเมื่อบีบ คุณจึงใช้ผลิตภัณฑ์ได้หมดจนถึงหยดสุดท้ายจริง ๆ ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว หลอดพลาสติกอาจทำได้ไม่ดีเท่า นอกจากจะต้องตัดหลอดแล้วใช้นิ้วมือป้าย แต่สำหรับหลอดอลูมิเนียมนั้นสามารถบีบและดันจนกระทั่งหลอดแบนได้เลย

4. ประหยัดพื้นที่มากกว่า

เช่นเดียวกัน ด้วยคุณสมบัติที่ไม่คืนตัว เวลาใช้ผลิตภัณฑ์ไปเรื่อย ๆ หลอดจึงมีขนาดเล็กลงและม้วนหรือพับเพื่อประหยัดเนื้อที่ในกระเป๋าได้ ไม่พองตัวตลอดเวลาเหมือนหลอดบีบพลาสติก

5. เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

สุดท้าย หลอดบีบอลูมิเนียมดีตรงที่สามารถนำไปรีไซเคิลได้ถึง 75% จึงเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและช่วยลดขยะให้กับโลกของเรา

 

ได้ทำความรู้จักกับความแตกต่างหลอดบรรจุภัณฑ์์ไปแล้วว่าหลอดบีบแต่ละประเภทมีข้อดีและข้อเสียต่างกันอย่างไร หากคุณสนใจสั่งผลิตหลอดอลูมิเนียมคุณภาพมาตรฐานในราคาส่ง สามารถติดต่อ Atitube ได้เลยที่ โทร. 02-103-4624 หรือ Line @ati.th

Comments

No comments yet. Why don’t you start the discussion?

Leave a Reply

Your email address will not be published.